วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดบทที่ 8

บทที่ 8 การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม                                    กลุ่มที่เรียน 1
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                                 รหัสวิชา 0026008
นางสาว วรางคณา  ชูรัตน์                                                                          รหัส 56010912805


1. นาย A ทำการเขียนโปรเเกรมขึ้นมาโปรเเกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรเเกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่เป็นเพื่อนสนิทของนาย A ได้นำโปรเเกรมนี้ไปทดลองใช้เเกล้งนางสาว C เมือนางสาว C  ทราบเข้าก็เลยนำโปรเเกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพิ่อนๆที่รุ้จัดได้ทดลอง การกระทำอย่างนี้เป็น ผิดจริยธรรม หรือผิดกฏหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในเเง่ไหน จงอธิบาย

ตอบ  ควรขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ให้เรียบร้อย หากเป็นการเชื่อมโยงลึกลงไปถึงเนื้อหาส่วนอื่นของเว็บผู้อื่นจะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ในกรณีที่ไม่ต้องการให้ใครนำเว็บของเราไปเชื่อมโยงอาจจะระบุไว้ที่เว็บเลยว่า ไม่อนุญาตจะทำให้ผู้ที่เข้ามาเชื่อมโยง หากยังมีการละเมิดสิทธิ์ก็จะมีความผิดโดยไม่ต้องตีความ

2. นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกเเบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ ที่อีกทั้งรูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย K เป็นนักเรียนในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J การกระทำอย่างนี้เป็ฯ ผิดจริยธรรม หรือผิดฏฏหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิดในเเง่ไหน จงอธิบาย

ตอบ  หากต้องทำการ copy รูปภาพหรือข้อความบนเว็บไซต์ของผู้อื่นมาใช้งาน จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของเสียก่อน เพราะหากนำมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย หากนำไปใช้เพื่อการค้าอาจถูกฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญาได้ อย่างไรก็ตามก็มีข้อยกเว้นสำหรับกรณีเพื่อการศึกษา โดยต้องมีการอ้างอิงและขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์

แบบฝึกหัดที่ 7

บทที่ 7 ความปลอดภัยของสารสนเทศ                                                      กลุ่มที่เรียน 1
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                             รหัสวิชา 0026008
นางสาว วรางคณา  ชูรัตน์                                                                       รหัส 56010912805

1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์(Firewall)คืออะไร ?
ตอบ  ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องข่ายภายใน (Internet) โดยป้องกันผู้บุกรุก (Intrusion) ที่มาจากเครือข่ายภายนอก หรือเป็นการกำหนดนโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่างเครือข่าย โดยสามารถกระทำได้โดยวิธีแตกต่างกันไป และแต่ระบบ ไฟร์วอลล์ มีขีดความสามารถในการไม่อนุญาตการ Login สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าใช้งานในเครือข่าย แต่ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ใช้งานทั้งภายใน และติดต่อภายนอกเครื่อข่ายได้โดยจำกัดข้อมูลจากภายนอกเคือข่ายไม่ให้เข้ามาในเครือข่าย นับเป็นจุดสังเกตการณ์ตรวจจับและรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย เปรียบได้ดังยรมที่ทำหน้าที่เผ้าประตูเมือง

2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm,virus computer, spy ware,adware มาอย่างน้อย 1 โปรเเกรม
ตอบ 1. Worm (หนอนอินเตอร์เน็ต) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับโปรแกรมไวรัส แต่แพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ที่ต่ออยู่บนเครือข่ายด้วยกัน ลักษณะการแพร่กระจายคล้ายตัวหนอนที่เจาะไชไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ แพร่พันธุ์ด้วยการคัดลอกตัวเองออกเป็นหลาย ๆ โปรแกรม และส่งต่อผ่านเครือข่ายออกไป และสามารถแพร่กระจายผ่านทางอีเมล์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Outlook Express หรือ Microsoft Outlook เช่น เมื่อมีผู้ส่งอีเมล์และแนบโปรแกรมติดมาด้วย ในส่วนของ Attach file ผู้ใช้สามารถคลิ๊กดูได้ทันที การคลิ๊กเท่ากับเป็นการเรียกโปรแกรมที่ส่งมาให้ทำงาน ถ้าสิ่งที่คลิ๊กเป็นเวิร์ม เวิร์มก็จะแอกทีฟ และเริ่มทำงานทันที โดยจะคัดลอกตัวเองและส่งจดหมายเป็นอีเมล์ไปให้ผู้อื่นอีก ลักษณะของเวิร์มจึงไม่ใช่โปรแกรม ที่เขียนเป็น .exe อย่างเดียว เพราะถ้า .exe อย่างเดียว ผู้ใช้จะเฉลียวใจ และเนื่องจากในโปรแกรมประยุกต์ของไมโครซอฟต์เกือบทุกโปรแกรมสามารถเขียนเป็น สคริปต์ไฟล์ หรือเป็นแมโครโฟล์ เพื่อให้รันสคริปต์หรือแมโครไฟล์ได้ เช่นในเวิร์ดก็จะมีการเขียนแมคโคร ในเอ็กซ์เซลก็เขียนได้เช่นกัน บนแพลตฟอร์มของวินโดว์จึงมีโอกาสที่จะเรียกไฟล์ขึ้นมารันได้หลายวิธี ข้อมูลที่ส่งมาถ้ามีแมคโครติดอยู่ ก็สามารถมีเวิร์มติดมาได้
        2.virus computer (ไวรัส คอมพิวเตอร์) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อก่อกวนทำลายระบบคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลชุดคำสั่ง หรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ หน่วยความจำคอมพิวเตอร์ และเป็นโปรแกรมที่สามารถกระจายจากคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง ไปยังคอมพิวเตอร์อีกตัวหนึ่งได้โดยผ่านระบบสื่อสารคอมพิวเตอร์ เช่น โดยผ่านทาง แผ่นบันทึกข้อมูล (Diskette) หรือระบบเครือข่ายข้อมูล  ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์ (แบ่งตามวิธีการติดต่อ)มีดังนี้
- boot sector viruses จะ copy ตัวมันเองลงบน แผ่น diskette และลงบน boot sector ของ hard disk (boot sector คือตำแหน่งที่เก็บคำสั่งที่จำเป็นต้องใช้เวลาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์) เมื่อเราเปิด หรือreboot เครื่องคอมพิวเตอร์ boot sector viruses ติดต่อได้เพียงจากแผ่น diskette เท่านั้น แต่จะไม่ติดต่อเวลาใช้ไฟล์หรือโปรแกรมร่วมกัน ทุกวันนี้ boot sector viruses ไม่แพร่หลายเหมือนแต่ก่อน เพราะส่วนมากเดี๋ยวนี้เราจะ boot เครื่อง คอมพิวเตอร์จาก hard disk เป็นส่วนใหญ่
program viruses จะติดต่อกับ executable files ซึ่งได้แก่ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .COM หรือ .EXE และยังสามารถติดต่อไปยังไฟล์อื่นๆซึ่งโปรแกรมที่ลง ท้ายด้วย .COM หรือ .EXE เรียกใช้ ไฟล์เหล่านี้ได้แก่ ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .SYS, .DLL, .BIN เป็นต้น 
-macro viruses จะติดต่อกับไฟล์ซึ่งใช้เป็น ต้นแบบ (template) ในการสร้างเอกสาร (documents หรือ spreadsheet) หลังจากที่ต้นแบบในการใช้สร้างเอกสารติดไวรัสแล้ว ทุกๆ เอกสารที่เปิดขึ้นใช้ด้วยต้นแบบอันนั้นจะเกิดความเสียหายขึ้น
           3. Spyware คือ โปรแกรมที่แฝงเข้ามาในคอมพิวเตอร์ขณะที่คุณท่องอินเตอร์เน็ต ถูกเขียนขึ้นมาสอดส่อง การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และจะทำการเก็บพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของเรา รวมถึงข้อมูลส่วนตัวหลาย ๆ อย่างได้แก่ ชื่อ - นามสกุล , ที่อยู่ ,Email Address และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะรวมถึงสิ่งสำคัญต่าง ๆ เช่น Password หรือ หมายเลข บัตรเครดิตของเราด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการสำรวจโปรแกรม และไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องเราด้วย  และ Spyware นี้จะทำการส่งข้อมูลดังกล่าวไปในเครื่องปลายทางที่โปรแกรมได้ระบุเอาไว้ ดังนั้นข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องของคุณอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป spyware อาจเข้ามาเพื่อโฆษณาสินค้าต่าง ๆ บางตัวก็สร้างความรำคาญเพราะจะเปิดหน้าต่างโฆษณาบ่อย ๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้น คือ ทำให้ไม่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้เลย
           4. Adware คือ  software ที่แสดงโฆษณาหรือ download โฆษณาแบบอัตโนมัติหลังจากที่ computer ได้ทำการInstall program บนระบบปฏิบัติการบางชนิดของ adware นั้นยังเป็น spyware ด้วยโดยการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานเอาไว้และจะทำการส่งโฆษณาที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมาให้Adware เป็น software ที่ได้รับการผสมมากับตัวsoftwareหลักมันเป็นปรกติที่ programmer จะหาทางที่จะได้ผลประโยชน์จากการที่พัฒนาโปรแกรมขึ้นมา โปรแกรมพวกนี้มักจะมาในรูปแบบของโปรแกรม free หรือโปรแกรมประเภท Shareware โปรแกรมประเภทนี้มักจะมีข้อตกลงอยู่ในโปรแกรมว่าถ้าคุณใช้ software ของเรา free ทางเราจะขอทำการส่งโฆษณามาที่เครื่องของคุณเรื่อยจนกว่าทางท่านจะได้จ่ายเงิน ให้กับทางเราประมาณนี้ ซึ่งเราสามารถซื้อโปรแกรมนั้นมาได้ด้วยการคลิกที่ "registered" หรือ "licensed" แล้วรับรหัสปลด lock มา (serials) เช่น Sweet IM
123 Messenger,180 Solutions,180SearchAssistant,Zango เป็นต้น

3. ไวรัสคอมพิวเตอร์มีกี่ชนิดอะไรบ้าง
ตอบ ไวรัสคอมพิวเตอร์มี 2 ชนิด ได้เเก่
     1. Application viruses จะมีผลหรือมีการเเพร่กระจายไปยังโปรเเกรมประยุกต์ต่าง เช่น โปรเเกรมประมวลผลคำ word processeng หรือโปรเเกรมตารางคำนวณเป็นตน
     2. System viruses ไวรัสชนิดนี้จะติดหรือเเพร่กระจายในโปรเเกรมจำพวกระบบปฏิบัติการ Operating systems หรือโปรเเกรมระบบอื่นๆ โดยไวรัสชนิดนี้มักจะเเพร่เชื้อในขณะที่เปิดเครื่องคอมพวิเตอร์
4. ให้นิสิตบอกทางป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มี่อย่างน้อย 5 ข้อ
ตอบ 1. ต้องมีการเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ อย่างน้อยปีล่ะ 1 ครั้ง
       2. มีการกำหนดสิทธิการเข้าใช้ระบบในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น
       3. มีการเข้ารหัสข้อมูลในคอมพิวเตอร์
       4. มีระเบียบปฏิบัติในการควบคุมอย่างชัดเเจ้งในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
       5. ให้ความรู้อย่าสม่ำเสมอในเรื่องการรักษาความปลอดภัย การเตรียมตัวและการป้องกันการบุกรุกของเเฮกเกอร์ เเครกเกอร์ รวมถึงขั้นตอนการดูแลรักษาระบบคอมพิวเตอร์เมื่อถูกบุกรุก

5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบันได้เเก่
ตอบ ปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะเเก้ไขปราบปรามการเผยเเพร่อย่างต่อเนื่อง โดยมีประเด็นดังนี้ ผู้ใดประสงค์เเจกจ่ายเเสดง อวดทำ ผลิตแก่ประชาชนหรือทำให้เผยเเพร่ซึ่งเอกสาร ภาพระบายสีสิ่งพิมพ์ เเถบบันทึกเสียง บันทึกภาพหรือเกี่ยวเนื่องกับสิ่งพิมพ์ดังกล่าว มีโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ 
โดยจะบังคับใช้กับผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต เซิร์ฟเวอร์ รวามถึงสื่อทุกประเภทอย่างจริงจังและมีการ
มีการจัดทำโครงการจากกระทรวง ไอซีที ด้วยตระหนักในการทวีความรุนเเรงของปํญหา จึงจัดทำโครงการ ไอซีทีไซเบอร์เเคร์ (ICT Cyber Care)โดยต่อยอดจากไอซีทีไซเบอร์คลีน(ICT Cyber Clean)เเบ่งเป็ฯ 2 ส่วนคือ 1)ICT Gate Keeper เฝ้าระวังพิษภัยอินเทอร์เน็ตบนเครื่อข่ายและวงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Geteway) พัฒนาซอฟต์เเวร์นี้โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดำเนินการเพิ่อเฝ้าระวังปิดกั้นข้อมูลไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง
2) House Keeper ซึ่งจัดทำเป็นเเผ่นซีดีรอม และเเจกฟรีให้กับผู้ปกครองหรือดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของกระทรวงโปรเเกรมนี้จะมี 3 ส่วน
- ส่วนเเรก คิดดี้เเค์ปิดกั้นเว็บไซต์อนาจารและเว็บที่ไม่เหมาะสมที่กระทรวงไอซีที มีข้อมูลคาดว่าจะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง
- ต่อมาเป็ฯส่วนพิเพิลคลีน ติดไอคอนไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะคลิกเข้าไปเมื่อพบภาพลามกอนาจาร ประชาชนจึงสามารถเข้ามีบทบาทช่วยเฝ้าระวังภัยได้เช่นกัน
- ส่วนสุดท้าย สมาร์ทเกมเมอร์ (Smart Gamer) เเก้ปัญหาการติดเกมส์ และควบคุมการเล่นเกมส์ของเด็กๆ ผู้ปกครองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาของการเล่นเกมส์และช่วยดูแลเรื่องความรุนเเรงของเกมส์แต่ละส่วนควรต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา
    โปรเเกรมนี้จะพอช่วยบรรเทาปัญหาและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานบนอินเตอร์เน็ตจากผองภัย เช่น กลุ่มเว็บโป๊ ลามกอนาจาร กลุ่มเว็บกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ กลุามเว็บสอนใช้ความรุนเเรง ทารุน สอนเพศศึกศาเเบบผิดๆ ใช้ภาษาหยาบคาย สอนขโมยข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นต้น   

แบบฝึกหัดบทที่ 6

บทที่ 6การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน                                   กลุ่มที่เรียน 1
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                            รหัสวิชา 0026008
นางสาว วรางคณา  ชูรัตน์                                                                     รหัส 56010912805

1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
    ตอบ 4. พัฒนาการ

2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?
    ตอบ 2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
    
3.การฝากถอนเงินผ่านตู้ ATM เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
    ตอบ 1. ระบบอัตโนมัติ
    
4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
    ตอบ 4. ถูกทุกข้อ

5. เทคโนโลยีสารสนเทศหายถึงข้อใด?
    ตอบ 1. การประยุกต์เอาความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์
    
6.เครื่องมือที่สำคัญในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
    ตอบ 4. ถูกทุกข้อ

7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
    ตอบ  4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างหอพักอาศัยที่มีคุณภาพ

8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
    ตอบ 1. เครื่องถ่ายเอกสาร
   
9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ?
    ตอบ 3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
    
10.  ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
    ตอบ 4. ถูกทุกข้อ

แบบฝึกหัดบทที่ 5

บทที่ 5  การจัดการสารสนเทศ                                                                 กลุ่มที่เรียน 1
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                           รหัสวิชา 0026008
นางสาว วรางคณา  ชูรัตน์                                                                         รหัส 56010912805
   
คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ
ตอบ  การจัดการสารสนเทศ หมายถึง การทำกิจกรรมหลักต่างๆ ในการจัดหา การจัดโครงสร้า การควบคุม ผลิต การเผยเเพร่และการใช้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์การทุกประเภทอย่างมีประสิทธิผล ซึ่งสารสนเทศในที่นี้หมายถึงสารสนเทศทุกประเภทที่มีคุณค่าไม่ว่าจะมีเเหล่งกำเนิดภายในหรือภายนอกองค์การ
        การจัดการสารสนเทศ หมายถึง กระบวนการดำเนินงาน เช่น ทำดรรชนี การจัดหมวดหมู่ การจัดเเฟ้มการทำรายการเพื่อการเข้าถึงเอกสารหรือสรสนเทศที่มีการบันทึกไว้ในรูปเเบบต่างๆตั้งแต่จดหมายเหตุ(Archive)เชิงประวัติ ถึงข้อมูลดิจิทัล
        การจัดการสารสนเทศ หมายถึง การดำเนินการกับสารสนเทศในระดับองค์การ ได้เเก่ การวางเเผนการ จัดสรรงบประมาณ การจัดโครงสร้างองค์การ การจัดเจ้าหน้าที่ การกำหนดทิศทาง การฝึกอบรม และการควบคุมสารสนเทศ
        กล่าวโดยสรุป คือ การจัดการสารสนเทศ หมายถึง การผลิต การจัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา และเผยเเพร่ สารสนเทศโดยจัดให้มีระบบสรสนเทศ การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การโดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพราะเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารมาใช้ในการจัดการ รวมทั้นมินนโยบาย หรือ กลยุทธ์ระดับองค์การในการจักการสารสนเทศ

2. การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่อบุคคลและต่อองค์กรอย่างไร
ตอบ ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อบุคคล 
           ในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษาและการทำงานประกอบอาชีพ ต่างๆ การจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบ โดยการจัดทำฐานข้อมูลส่วนบุคคลรวบรวมทั้งข้อมูลการดำรงชีวิต การศึกษา และการทำงานประกอบอาชีพต่างๆ ในการดำรงชีวิตประจำวันบุคคลย่อมต้องการสารสนเทศหบายด้านเพิื่อใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น มีความก้าวหน้า และมีความสนุข อาทิต่องการสารสนเทศเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพ ต้องจัดการค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล การดูแลอาคารที่อยู่อาศัยต่างๆ ตลอดจนการเลี้ยงดูคนในครอบครัวให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคม จึงจำเป็นต้องคัดกรองกสารสนเทศที่มีอยู่มากมายจากหลายเเหล่งเพิ่มจัดเก็บ จัดทำระบบ และเรียกใช้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วความสำคัญในด้านการศึกษา การจัดการสารสนเทศด้านระบบการศึกษา เอื้ออำนวยให้บุคคลสามารถเลือกระบบการศึกษา การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับบถคคลแต่ละคน สามารถเรียนรู้และศึกษาได้ตลอดเวลาตามความสนใจเฉพาะตน โดยไม่จำเป็นต้องสอบเข้าศึกษาตามสถาบันการศึกษาที่จัดระบบที่มีชั้นเรียนตลอดไป บุคคลสามารถเลือกศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษา ตืดต่อกับสถานศึกษาในระะบเปิดหรือเรียนทางระบบออนไลน์ และเลือกเรียนได้ทุกระดับการศึกษา ทุกวัย นับเป็นปรัชญาการศึกษาตลอดชีวิต ความสำคัญในด้านการทำงาน บุคคลจำเป็นต้องใช้สารสนเทศทั้งที่เกี่ยวข้องกับองค์การ ภาระหน้าที่ ประกอบการทำงานทั้งระดับรริหารและระดับปฏิบัติการการจัดเก็บสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบตามภารกิจส่วนตน ช่วยสนับสนุนให้สามารถทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ทันการณ์ ทันเวลา
ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อองค์กร
          การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่องค์กรการในด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และกฏหมาย ดังนี้
1)ความสำคัญด้านการบริหารจัดการ การบริหารจัดการในยุคโลกาภิวัตน์เป็นการบริหารภายใต้สภาวะที่มีการเปลี่ยนเเปลงอย่างรวดเร็ว และมีการเเข่งขั้นกันทางธุรกิจสูง ผู้บริหารต้องอาศัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องทั้งกับสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ เพื่อวิเคาะห์ปัญหา ทางเลือกในการแก้ปัญหาการตัดสินใจ ากรกำหนดทิศทางขององค์การ ให้สามารถเเข่งขันกับองค์การคู่เเข่งต่างๆ จึงจำเป็นต้องได้รับสารสนเทศที่เหมาะสม ถูกต้อง ครบถ้วน ทันการณ์ และทันสมัย เพื่อใช้ประกิบภารกิจตามหน้าที่ ตามระดับการบริหาร การจัดการสารสนเทศจึงนับว่ามีความสำคัญ ความจำเป็นที่ต้องมีการออกเเบบระบบการจัดการสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ การเลือกใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี รวมทั้งกำหนดนโยบาย ากระบวนการและกฏระเบียบ เพื่อจัดการสารสนเทศให้เมาะกับสภาพการนำสารสนเทศไปใช้ในการบริหารงาน ในระดับต่างๆไม่ว่าจะเป็ระดับต้นหรือปฏิบัติการ ระดับกลาง และระดับสูง ให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2)ความสำคัญด้านการดำเนินงาน สารสนเทศนับมีความสำคัญต่อการดำเนินงานในหลายลักษณะเป็นทั้งการเพิมประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงานและหลักฐานที่บันทึการดำเนินงานในด้านต่างๆ ตามที่หน่วยงานดำเนินการ การจัดการสารสนเทศช่วยให้การใช้สารสนเทศเพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกระเเสงานหรือขึ้นตอน จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน เอื้อให้เข้าถึงและใช้สารสนเทศได้อย่างสะดวก การเป็นหลักฐานที่บันทึกการดำเนินงานเช่น กัญญาการตกลงลงนามร่วมกิจการระหว่าองค์การ รายงานทางการเงินประจำปี เป็นต้น เป็นารสนเทศที่ช่วยหน่วยงานผลิตและใช้ประกอบการดำเนินงานตาม ภาระหน้าที่ ตามข้อกำหนด ระเบียบ และแนวปฏิบัติในองค์การ สารสนเทศเหล่านี้ต้องมีการรวบรวม ประมวล และจัดอย่างเป็นระบบเพิ่มให้มีความเป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วนและเหมาะสมกับงานนั้น และในการจัดการสารสนเทศทีแม้สิ้นสุดกระบวนการปฏิบัติงานแล้ว โดยเฉพาะสารสนเทศที่มีคุณค่า ยังต้องมีการจัดเก็บเป็นจดหมายเหตุเพื่อการใช้ประโยชน์
3)ความสำคัญด้านกฏหมาย การจัดสรรสารสนเทศเพื่อการดำเนินงาน จำเป็นต้องสอดคล้องกับกฏหมาย กฏ ระเบียบและข้อบังคับทั้งในระดับภายในและภายนอกองค์การ โดยเฉพาะสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเงินและบัญชีที่ต้องรวบรวมจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ รวมทั้งมีการตรวจสอบความถูกต้องทั้งจากน่วยงานภายในองค์การ หรือจากหน่วยงานภายนอกตามกฏหมาย เช่น ผู้ตรวจสอบความถูกต้องทั้งจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมสรรพากร การมสรรพสามิต และหน่วยงานเอกชน เป็นต้อน เพื่อเป็นการเเสดงสถานะทางการเงินขององค์การอย่างถูกต้อง และเป็นไปตรมกฏหมายและข้อบังคับต่างๆ อย่างครบถ้วน ท้งนี้ เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฏหมายหรือระเบียบข้อบังคับต้องมีบทลงโทษ

3. พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศเเบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง
ตอบ  พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศเเบ่งออกเป็น 2 ยุค ได้เเก่
1) การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ
2) การจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์

4.จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
ตอบ 1. การใช้บริการ ฝาก-ถอนเงิน ผ่านตู้ ATM
        2. การใช้โทรศัพท์เคลือนที่ หรือ โทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสาร
        3. การเล่นอินเตอร์เน็ต

10 สถานที่เฮี้ยนที่สุดในไทย

 10. บ้านผีโหด อ.บางเลน จ.นครปฐมเกิดเหตุทะเลาะวิวาทฆ่ากันตายิงลูกเขยเสียชีวิตลง แล้วนำศพไปทิ้งไว้ในบ่อหลังบ้าน ปัจจุบันยังคงมีคราบเลือดที่ขอบกำแพง

9. บ้านผีท่านขุน จ.อยุธยา
เป็นบ้านไม้สักเก่าสมัย ร.5 หลังจากที่เจ้าของบ้านเสียชีวิต บ้านหลังนี้ก็กลายเป็นบ้านร้าง วันหนึ่งมีชาวบ้านพายเรือผ่านมา เห็นมีผู้หญิงอยู่บนเรือนแต่งชุดโบราณสมัย ร.5 เคยมีคนมาลองของที่บ้านหลังนี้ก็เจอดีกันทุกคน จนต้องมาขอขมากราบไหว้กัน



8. บ้านผียายสรวง จ.อยุธยา
หญิงชราเจ้าของบ้าน ผู้ชอบกินหมาก ได้เสียชีวิตลงภายในบ้าน พร้อมกับโลงศพที่พบภายในบ้านจนถึงทุกวันนี้ ผู้คนแถวนั้นยังคงได้ยินเสียงคนแก่พูด และเสียงตำหมากอยู่ทุกค่ำคืน


7. บ้านผีนายพล จ.ชลบุรี
เป็นบ้านพักตากอากาศชายทะเลที่ครอบครัวนายทหารมาพักผ่อน และถูกฆาตกรรมทั้งครอบครัว ศพทั้งหมดถูกยัดไว้ในห้องใต้ดินของบ้านพักต่างอากาศหลังนี้ มีคนเคยเห็นควันธูปลอยขึ้นมาในบริเวณบ้านหลังนี้ด้วย


6. บ้าน 4 ศพ จ.ชลบุรี
ครอบครัวหนึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก 2 คน เดินทางไปท่องเที่ยว แต่ระหว่างทางประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำเสียชีวิตทั้งหมด บ้านหลังนั้นกลายเป็นบ้านร้าง แต่คนที่ผ่านไปมาเห็นเงาคนเหมือนมีคนอยู่ในบ้านอยู่เสมอ และยังเป็นที่พบศพถูกฆาตกรรมอย่างปริศนา และมีห่วงเชือกผูกเป็นปมมัดอยู่ในบ้างหลังนั้น


5. สุสานศพไร้ญาติ จ.ชลบุรี
ศพไร้ญาติทั้งหลายเหล่านี้ถูกนำมาขุดหลุมฝัง เป็นสุสานไร้ญาตินับร้อยนับพันขุดเรียงรายกันเป็นทิวแถวยาว หลายๆคนเล่ากันว่าเป็น ฮวงซุ้ยที่นมาก

4. โรงพยาบาลสยอง จ.ระยอง
ด้วยพิษทางเศรษฐกิจเมื่อหลายปีก่อน ทำให้โรงพยาบาลแห่งนี้ปิดกิจการลงกลายเป็นโรงพยาบาลร้างในที่สุด ในเวลากลางคืนชาวบ้านมักเห็นไฟเปิดสว่างเต็มไปหมด บางคนก็เข้าไปเห็นเตียงนอนคนไข้เข็นเองได้กลายเป็นเรื่องราวชวนสยองเลื่องลือถึงกิตติศัพท์ความน่ากลัวมาถึงปัจจุบัน 



3. บ้านผมผี จ.กาญจนบุรี
หญิงผู้เป็นเจ้าของบ้านตัดสินใจลาบวชด้วยความเสียใจที่คนในบ้านตายที่ละคนโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังจากนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ปล่อยบ้านทิ้งไว้จนกลายเป็นสภาพบ้านร้าง ชาวบ้านบริเวณนั้นนึกว่าเจ้าของบ้านเสียชีวิตไปแล้ว จึงเข้าไปดูในบ้าน ปรากฏว่าเส้นผมเต็มไปหมด บางคนก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ในบ้าน
2. บ้านผีมอญ จ.กาญจนบุรี
คู่สามี-ภรรยาเจ้าของบ้านเป็นคนมอญที่มีนิสัยหวงของมาก จะดุด่าคนที่แอบมาขโมยผลไม้ในสวน ด้วยความที่เป็นคนหวงของและดุด่าเก่งมาก จึงทำให้ ถูกฆ่าตายแล้วนำศพมาทิ้งไว้ที่ท้ายสวน วันหนึ่งมีคนเข้ามาเก็บผลไม้ในสวน แกก็ตามไปทวงถึงบ้าน จนคนที่เก็บไปรีบนำมาคืนแทบไม่ทัน นอกจากจากยังมีศพชาวกะเหรี่ยง 9 ศพ ที่ถูกวิสามัญฝังอยู่บริเวณบ้านหลัง ข้างล่างเจ้าของบ้าน

 1. สุสานโสเภณี จ.กาญจนบุรี
สถานบันเทิงเก่าแก่ของจังหวัด เปิดให้บริการกับผู้ชายที่มีความต้องการทางเพศได้มาใช้บริการ ที่แห่งนี้มีหญิงบริการถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวถูกบังคับให้รับแขกอย่างทารุณ ไม่ได้พักผ่อน บ้างก็ถูกทำร้ายร่างกาย บ้างก็เป็นโรคร้ายจนสุดท้ายหญิงสาวทั้งหมดได้เสียชีวิตลงที่นี้อย่างมากมาย จนเราเรียกได้ว่าเป็น "สุสานโสเภณี" ซึ่งชาวบ้านบริเวณนั้นมักได้ยินเสียงผู้หญิงและเด็กร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อเช้าไปดูก็ไม่พบใครเลย

ข่าวฆ่าข่มขืน

ฆาตกรฆ่าข่มขืน ด.ญ.6ขวบ


   นับเป็นคดีสะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศโดยเฉพาะหัวอกคนเป็นพ่อแม่ทุกคน กรณีคนร้ายลักพาตัว น้องการ์ตูน วัย 6 ขวบไปฆ่าข่มขืนบริเวณป่ารกร้างติดสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง บางนา เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดย "ไอ้หนุ่ย หรือ ติ่งต่าง" คนร้ายฆ่าข่มขืน "น้องการ์ตูน" สารภาพหน้าตาเฉยว่า ก่อเหตุข่มขืนเด็กมานับ 10 ครั้ง มีฆ่าตาย 4 ครั้ง เพิ่งถูกตำรวจจับได้แค่ 2 ครั้ง โดยเน้นเลือกเฉพาะเด็กหญิงอยู่โดดเดี่ยวอายุ 12 -13 ปี

ก่อนหน้าการจับกุมคนร้าย บนโลกออนไลน์ทุกคนต่างช่วยกันแชร์และส่งต่อรูปภาพของน้องการ์ตูน เพื่อหวังว่าน้องจะได้กลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างอบอุ่นอีกครั้ง แต่เรื่องจริงช่างโหดร้าย เมื่อพบน้องการ์ตูนในสภาพที่เหลือเพียงกะโหลกศีรษะ กระดูกสันหลัง 1 ท่อน และกระจุกเส้นผมเท่านั้น ชาวเน็ตที่ติดตามและเอาใจช่วยหลายคนต่างสลดใจ แต่ยังมีความหวังว่า ซากทั้งหลายที่พบนั้นจะไม่ใช่น้องการ์ตูน

 อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติของ "ไอ้หนุ่ย"ก็พบสิ่งที่น่าตกใจว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งไอ้หนุ่ยกระทำการเช่นนี้มาแล้วกว่า 10 ครั้ง จุดนี้เองทำให้เกิดการตั้งคำถามจากสังคม เหตุใด คนร้ายถึงได้ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เด็กสาว 4 คน ต้องสังเวยชีวิตให้กับคนแบบนี้ เนื่องจากไอ้หนุ่ย เคยก่อนเหตุมาแล้วอย่างโชกโชน ทั้งข่มขืนและข่มขืนฆ่า เลือกเหยื่อที่เป็นเด็กหญิงล้วนๆ
ย้อนประวัติของไอ้หนุ่ย พื้นเพเป็นชาวพม่า จึงไม่มีนามสกุล เกิดแล้วมาอาศัยอยู่ที่สถานสงเคราะห์เด็ก ตั้งแต่เด็กจนอายุ 7 ขวบ กับแม่พิมพ์ พ่อลอง คนไทยที่รับไปเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านใน อ.เปื่อยน้อย จ.ขอนแก่น พอโตมาอายุ 15 ปี แม่พิมพ์กับพ่อลองเสียชีวิต จึงไปอาศัยอยู่กับญาติของแม่พิมพ์ พ่อลอง ที่อยู่หมู่บ้านใกล้ๆ กัน ไม่ได้ไปเรียนหนังสือแต่อย่างใด อาศัยทำงานก่อสร้างทั่วไป ทั้ง กทม.และต่างจังหวัด โดยมีญาติชักชวนมา ต่อมานายหนุ่ยมีเมียชื่อ นางบุญจันทร์ ขันติ อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 2 ต.เปื่อยน้อย จ.ขอนแก่น จึงอาศัยอยู่ที่บ้านเมียช่วงหนึ่ง

พฤติกรรมดิบครั้งแรกของไอ้หนุ่ย คดีแรกที่ต้องเข้าคุกคือ-อนาจาร ด.ญ.7 ขวบ เริ่มวันที่ 18 ม.ค.51 ที่งานวัด หรืองานบุญปู่เปื่อยน้อย ต.เปื่อยน้อย อ.เปื่อยน้อย จ.ขอนแก่น นายหนุ่ย ไปเที่ยวงานเจอเด็กอายุ 7 ขวบ มาเที่ยวงานอยู่คนเดียว เลยเข้าไปถาม พ่อแม่อยู่ไหน” เด็กตอบว่า พ่อแม่อยู่ในงาน” จึงได้ชักชวนหลอกล่อเด็กจะพาไปเดินเล่น ซื้อขนม พอสบโอกาส พาเด็กเดินไปที่เปลี่ยวริมห้วย จึงลงมือบีบคอให้สลบก่อนเพื่อไม่ให้เด็กส่งเสียง แล้วลงมือถอดเสื้อผ้าออกหมด ทำอนาจารแต่ไม่สำเร็จ แล้วเอาตัวเด็กไปวางที่กอไผ่ ป่ารกตลอดคืน ช่วงเช้ามีคนมาพบจึงนำส่ง รพ. ซึ่งเด็กจำหน้าได้จึงพาตำรวจมาชี้ตัวที่บ้านเมีย จึงถูกจับกุมดำเนินคดี


ต่อมา 24 ส.ค. 55 ไอ้หนุ่ยได้พ้นโทษออกมาจากเรือนจำอำเภอพล จ.ขอนแก่น มาอาศัยอยู่ที่บ้านเมีย อ.เปื่อยน้อย จ.ขอนแก่น พักอยู่เกือบเดือน แต่ชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านนั้น มาขับไล่ไม่ยินยอมให้พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน กลัวว่านายหนุ่ยจะมาก่อเหตุกับเด็กในหมู่บ้านซ้ำอีก หมอนี่จึงออกมาจากบ้านเมียใน อ.เปื่อยน้อย มาทำงานอยู่ใน กทม. แถวหมอชิต ยึดอาชีพเก็บของเก่า กระดาษ กระป๋อง แถวหมอชิตขาย พักนอนอาศัยอยู่ใต้สะพานลอย ทำงานได้ไม่กี่วัน มีคนมาชวนไปทำงาน นายหนุ่ยจึงได้ไปทำงานลงเรือออกทะเลประมาณ 2 เดือน พอเรือกลับมาเข้าฝั่ง ก็หลบหนีออกจากงานเนื่องจากไม่ได้รับค่าแรง แล้วเดินหางานอยู่ใน กทม. รับจ้างล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้ท่าน้ำนนท์


              ต่อมาได้ถูกชักชวนไปทำงานม้าหมุน อยู่ประมาณเกือบปี เจ้าของม้าหมุนชื่อ "กระต่าย" บ้านอยู่ก่อนเข้าตัวเมืองนครราชสีมา แล้วออกจากงานมาอยู่กับรถบั๊ม ไปแสดงงานต่างๆ อยู่ช่วงหนึ่ง ออกจากรถบั๊ม มาพักอาศัยนอนตามท้องสนามหลวง ขอข้าววัดกินบ้าง ขอทานบ้างไปตามประสา ต่อมาหางานทำที่หลังหมอชิตใหม่ มีวงหมอลำมาเล่น จึงไปขอสมัครงาน ตั้งเวทีกับคณะ "ศรเพชร" แล้วได้ย้ายวงหมอลำไปเรื่อยๆ สุดท้ายจึงขอเข้าทำงานที่วงดนตรีหมอลำไหมไทย เดินสายรับงานแสดงทั่วไป
หลังพ้นคดีเมื่อปี 51 นายหนุ่ยหวนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง เป็นคดีของงานกาชาดจังหวัดเลยคือการลวงข่มขืน ด.ญ.4 ขวบ ในวันที่ 5 ก.พ. 56 ที่งานกาชาด ดอกฝ้าย อ.เมืองเลย วันนั้นนายหนุ่ยออกจากบ้านเปื่อยน้อย จ.ขอนแก่น นั่งรถเมล์มาเมืองเลย เพื่อไปเที่ยวงานกาชาด นั่งรถไปถึงงานช่วงค่ำๆ เดินเข้าไปเที่ยวในงาน ซื้อเบียร์มาดื่ม แล้วเดินเที่ยวรอบๆ งาน มาพบ ด.ญ.เอ นามสมมติ เดินอยู่คนเดียว สูงประมาณเอวนายหนุ่ย เดินเข้าไปสอบถาม ทำไมไม่ไปหาพ่อแม่” จึงชวนไปเดินเล่น ชักชวนพาไปดูของเล่น และซื้อปืนของเล่นที่มีเสียง ไฟกะพริบ ราคากระบอกละ 39 บาท แล้วชวนเดินออกมานอกงาน เดินมาตามถนน เดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงร้านขายรถหกล้อมือสองอยู่ตรงกันข้ามกับแท็งก์น้ำประปา เป็นซอยเข้าวัดป่า เข้าไปในซอยวัดเป็นถนนลูกรัง เห็นป่าจึงพาเด็กเข้าไป แล้วลงมือบีบคอเด็กจนนอนนิ่งไป จับถอดกางเกง ถอดเสื้อผ้าออกก่อนกระทำชำเรา แล้วหลบหนีไป ทิ้งเด็กไว้ที่บริเวณดังกล่าวอย่างไม่แยแส ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นของเด็ก ตอนนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ

คดีต่อไป เหตุเกิดที่ อ.วัดสะพุง จ.เลย เป็นงานสินค้าราคาถูก ที่มีวงหมอลำเล็กๆ มาแสดง ขณะนั้นนายหนุ่ย ทำงานก่อสร้างอยู่กับเถ้าแก่ อ.เมืองเลย ไปซื้อของกับเถ้าแก่และคนงานหลายคน เมื่อไปถึง อ.วังสะพุง นายหนุ่ยขออยู่เที่ยวงานก่อน ไม่ได้กลับไปพร้อมกับเถ้าแก่ มาเดินเล่นในงานซื้อเบียร์ดื่ม เห็น ด.ช.นั่งอยู่ เข้าไปพูดคุยด้วย แล้วนายหนุ่ยชวนออกมาแล้วพาเข้าไปในป่า ในสวนยาง พยายามลวนลาม แต่เด็กถามว่า พี่จะทำอะไร” นายหนุ่ยจึงลวนลามภายนอก หลังจากเสร็จแล้วเดินออกมาพร้อมกัน
อีกคดีเหตุเกิดที่ อ.เมืองเลย กระทำอนาจาร ด.ญ. ซึ่งเป็นลูกหลานคนงานก่อสร้าง ที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ถึงขั้นข่มขืน ต่อมานายหนุ่ยกลัวว่า ด.ญ.คนนั้นจะไปบอกพ่อแม่ จึงบีบคอจนสลบไป พอดีแม่ด.ญ.นั้นผ่านมาพอดี จึงนำส่ง รพ. ต่อมานายหนุ่ยได้ลาออกจากงานหลบหนีไป

ส่วนอีกรายเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 56 เหตุเกิดที่วัดสีกัน ดอนเมือง กทม. นายหนุ่ยมาตั้งเวทีหมอลำเสร็จแล้วไปซื้อเบียร์ดื่ม เห็น ด.ญ. จึงเข้าไปคุยด้วยแล้วพาเข้าไปในป่า บีบคอจนสลบไป จับถอดเสื้อ ถอดกางเกงแล้วทำอนาจาร โดยใช้ถุงยางอนามัยเพื่อให้หล่อลื่น ซึ่งตอนแรกคดีนี้นายหนุ่ยให้การว่าลงมือฆ่าเด็ก เพราะวันนั้นเด็กหมดสติไป ส่วนตนเองหลบหนีออกมาทันที แต่เมื่อเจ้าหน้าที่พาไปชี้จุดในวันที่ 17 ธ.ค. หมอนี้กลับทำพลิ้วบอกไม่ได้ฆ่า
                ต่อมา นายหนุ่ยก่อคดีอีก เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 56 เหตุเกิดที่ ตลาดสุขสวัสดิ์ สามแยกบางบอน พา ด.ญ.ออกจากงานแล้วพาเข้าป่าไปลงมือทำอนาจาร ไม่ได้ถอดเสื้อ ถอดแต่กางเกง ไม่ได้บีบคอ ทำอนาจารไม่นานพอเสร็จแล้ว นุ่งกางเกงให้เด็ก แล้วบอกให้มาหาแม่ที่ทำงานแล้วจูงมือเด็กออกมา เป็นเด็กอายุ 13 ปี และอีกครั้งวันที่ 6 ธ.ค.56 ปากซอยลาซา สุขุมวิท 105 บางนา กรณี "น้องการ์ตูน" ข่มขืนฆ่ากระทั่งถูกจับได้
อีกราย วันที่ 9 ธ.ค. 56 บ้านโคกอุดม อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พอตั้งเวทีเสร็จ นายหนุ่ยซื้อเบียร์มาดื่ม แล้วเดินออกจากงานมาเห็นเด็ก ถามว่าทำไมไม่เข้าไปในงาน เด็กบอกว่ารอแม่อยู่ข้างนอก ด.ญ.ไม่สูง เจอหน้างานแล้วเข้าไปคุยด้วย พาเข้าไปที่เปลี่ยว แล้วลงมือบีบคอเด็กจนแน่นิ่งไป แล้วถอดกางเกง หลังเสร็จกิจเดินกลับเข้ามาในงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จุดนี้นายหนุ่ยยืนยันกับตำรวจว่า ออกจากงานไปไม่ไกล อยู่ใกล้ทุ่งนา มีกอไผ่น้อยๆ พาเข้าไปในกระท่อมน้อยกลางป่า ขณะนั้นเด็กพูดว่า "เดี๋ยวแม่จะถามหา" ส่วนเหตุผลที่บีบคอ เพราะกลัวเด็กร้องให้คนมาช่วย แต่คนไหนที่ร้องจะบีบแรง ถ้าคนไหนไม่ร้อง จะบีบค่อยๆ ทุกรายจะใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง รายนี้นายหนุ่ยเห็นว่าไม่หายใจแล้ว จึงเดินกลับออกมา


       
วันที่ 8 ธ.ค. 56 เหตุเกิดที่ มินิคอนเสิร์ต อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา พอตั้งเวทีเสร็จแล้ว นายหนุ่ยไปซื้อเบียร์ 3 กระป๋อง เหล้าขาว 2 กั๊ก ดื่มจนเมา เดินออกมามองเห็นเด็กยืนอยู่คนเดียว เข้าไปถามว่า แม่ไปไหน มากับใคร” เด็กพูดว่า แม่มาขายของ” เด็กไม่ทราบอายุชัดเจน ตัวไม่สูง ต่ำกว่าเอว ไม่ล่ำ ไม่ผอม นายหนุ่ยถามว่า ทำไมไม่ไปหาแม่” นายหนุ่ยพาเดินเล่นแล้วมองหาสถานที่เพื่อทำอนาจาร เป็นซอยเข้าไปข้างในไม่ไกลมาก พาเข้าไปก็บีบคอ เด็กถามว่า พี่จะทำอะไร” นายหนุ่ยบอกว่า แป๊บเดียว” นายหนุ่ยบีบคอค่อยๆ จนเด็กสลบไป และทำอนาจารประมาณ 10 นาที เสร็จแล้ว เด็กฟื้นขึ้นมา นายหนุ่ยบอกให้ใส่เสื้อผ้า เสร็จแล้ว เด็กบอกว่าอยากไปหาแม่” นายหนุ่ยจึงพาเด็กออกมาที่งาน แล้วเห็นเด็กเดินเข้าไปหาแม่ที่ร้านขายลูกชิ้น

      
      
 เรียกว่า ก่อคดีมานับไม่ถ้วนจนสังคมต้องตั้งคำถามว่า ฆาตกรที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญนับไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทำไมถึงยังลอยนวลเดินอยู่ในสังคมมาได้จนถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะว่ากฎหมายมีบทลงโทษที่เบาบางไปหรือไม่หรือเป็นเพราะว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีประสิทธิภาพหย่อนยานในการทำงาน
ยิ่งครั้งล่าสุดด้วยแล้วการจับกุมไอ้หนุ่ยได้ก็หาใช่ว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเสาะแสวงหาตัวไอ้หนุ่ยมา แต่กลับเป็นพลังของพลเมืองดีที่ได้แจ้งเบาะแสว่าเสื้อที่ไอ้หนุ่ยใส่นั้น เป็นเสื้อของทีมงานลูกทุ่งหมอลำชื่อดัง จึงคาดว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับคนงานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตทำให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามไปยัง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จนกระทั่งพบ ตัวนายหนุ่ย ที่ทำหน้าที่เป็น คอนวอย หรือ คนยกของในทีมงาน โดยมีรูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกับคนร้ายในภาพวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ
                ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำสอบสวนนานหลายชั่วโมง แต่ผู้ต้องหายังไม่ยอมรับสารภาพ จนกระทั่งตามไปพบ เสื้อทีมงานที่ใส่ ในวันเกิดเหตุ ทำให้ผู้ต้องหาถึงกับผงะก่อนยอมรับว่าเป็นคนลงมือ ข่มขืนน้องการ์ตูน แล้วใช้มือบีบคอ จนเสียชีวิตจริง โดยก่อนเกิดเหตุ ไอ้หนุ่ยอ้างว่า พบเด็กกำลังวิ่งเล่นภายในงานคอนเสิร์ตจึงเข้าทำทีตีสนิท ก่อนพาเข้าไปภายในพื้นที่รกร้างใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส  แบริ่ง ฝั่งตรงข้ามคอนเสิร์ตซึ่งเป็นที่มืดเปลี่ยว แล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นจึงฆ่าปิดปากด้วยการบีบคอจนเด็กเสียชีวิต แล้วก็กลับไปทำงานตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ต้องหา เคยถูกจับกุมคดีพรากผู้เยาว์ เมื่อปี 51 ต้องจำคุกเป็นเวลา 3 ปี 8 เดือน 11 วัน ในเรือนจำพล อ.พล จ.ขอนแก่น และพ้นโทษเมื่อ 23 ส.ค. 55 ที่ผ่านมาจนเกิดคำถามให้สังคมว่า หากกฎหมายไทยเด็ดขาดและลงโทษให้หนักกว่านี้ ชีวิตอีกหลายชีวิตอาจจะไม่ต้องถูกสังเวยชีวิตให้ฆาตกรแบบไอ้หนุ่ยก็เป็นได้
ทำให้สังคมโซเซียลตื่นตัวกันยกใหญ่ และต้องการที่จะถือโอกาสเปลี่ยนในครั้งนี้ คือการให้เพิ่มโทษกฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดในข้อหากระทำชำเราให้รุนแรงยิ่งขึ้น โดยในขณะนี้ ได้มีการเปิดให้ร่วมลงชื่อที่ http://www.change.o r g ซึ่งหัวข้อดังกล่าวเกิดขึ้นโดย "จ่าพิชิต ขจัดพาลชน" เจ้าของเพจ เฟซบุ๊ค DramaAddict ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในโลกออนไลน์
ทั้งนี้ เนื้อหาดังกล่าว จ่าพิชิต ขจัดพาลชน ระบุเหตุผลไว้ดังนี้ "ปอ. มาตรา ๒๗๖ ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้น เข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวาง โทษจำคุก ตั้งแต่ สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า การกระทำ เพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับ อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศ หรือ ทวารหนักของผู้อื่น
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด หรือ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง หรือกระทำกับชาย ในลักษณะเดียวกัน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ สิบห้าปีถึงยี่สิบปีและปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็น การกระทำความผิดระหว่างคู่สมรสและคู่สมรสนั้น ยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไข เพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก และคู่สมรส ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกัน ฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาล แจ้ง พนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้
นี่คือโทษสำหรับการกระทำผิดฐานกระทำชำเราในทุกวันนี้ซึ่งมันเบาบางมาก ระหว่างอยู่ในคุกถ้ามีความประพฤติดีหรือมีการลดหย่อนโทษให้ ผ่านไปแค่สามสี่ปีผู้ต้องขังก็จะได้ออกมาลอยนวลนอกคุกอีกครั้ง ผู้ต้องหาหลายๆรายหลังออกจากคุกยังไม่สำนึกผิด ก่อเหตุ กระทำชำเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางรายยิ่งก่อเหตุรุนแรงมากขึ้น จากข่มขืน กลายเป็นฆ่าข่มขืนหรือข่มขืนผู้เยาว์ เมื่อเทียบกับชีวิตของเหยื่อผู้เสียหาย ที่บางคนต้องติดเชื้อจากการข่มขืน บางคนได้รับบาดแผลทางจิตใจจนยากที่จะกลับมาใช้ชีวิตดังเดิม
การข่มขืนไม่ใช่แค่การล่วงละเมิดทางเพศ แต่มันคือการทำลายชีวิตของเหยื่อผู้เสียหาย ไม่ต่างไปจากการฆาตกรรมหรือประทุษร้ายถึงแก่ชีวิต แต่โทษของการข่มขืนในปัจจุบัน คือการจำคุกเพียง 4 ถึง 20 ปี เท่านั้น เหตุใดเราจึงไม่ควรเพิ่มโทษของการข่มขืนให้อย่างน้อยเท่าเทียมกับการฆาตกรรม หรือจนถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตล่ะ ถ้าการจำคุกมันไม่สามารถทำให้ผู้กระทำผิดกลับตัวกลับใจได้ อีกประเด็นที่ควรแก้ไขคือการบรรเทาโทษให้กับผู้ต้องขังคดีข่มขืนกระทำชำเรา
        กฎหมายระบุเอาไว้ว่า มาตรา 78 เมื่อปรากฏว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ไม่ว่าจะได้มีการเพิ่มหรือการลดโทษตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมาย อื่นแล้วหรือไม่ ถ้าศาลเห็นสมควรจะลดโทษไม่เกินกึ่งหนึ่งของโทษ ที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดนั้นก็ได้ เหตุบรรเทาโทษนั้น ได้แก่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้โฉดเขลาเบาปัญญาตกอยู่ในความทุกข์อย่างสาหัส มีคุณความดีมาแต่ก่อน รู้สึก ความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้น ลุแก่โทษต่อ เจ้าพนักงานหรือให้ความรู้แก่ศาล อันเป็นผลประโยชน์แก่การพิจารณา หรือเหตุอื่นที่ศาลเห็นว่ามีลักษณะทำนองเดียวกัน
นอกจากเราควรจะเพิ่มโทษให้กับผู้กระทำชำเราแล้ว อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ ยกเลิกการบรรเทาโทษให้แก่ผู้ต้องขังเสีย และยกเลิกการพระราชทานอภัยโทษให้กับผู้ต้องขังในคดีกระทำชำเราด้วย ยกตัวอย่างเช่น ล่าสุดกรณีเด็กหญิงอายุหกขวบคนหนึ่งหายตัวไปหลังจากไปดูงานคอนเสิร์ตกับครอบครัว สุดท้ายพบกะโหลกศีรษะของเด็กผู้หญิงคนนี้ฝังอยู่ในพงป่าใกล้สถานี BTS แบริ่ง เมื่อตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ ปรากฏว่าผู้ต้องสงสัยคนนี้รับสารภาพว่าได้พาเด็กหญิง ไปบีบคอและข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่และปล่อยให้เด็กหญิงนอนรอความตายอยู่ในพงป่านั้น
 ประเด็นคือผู้ต้องหาคนนี้เพิ่งพ้นโทษในคดีพรากผู้เยาว์มาหมาดๆ แต่หลังจากถูกจำคุก 3 ปี 8 เดือน สภาพแวดล้อมความลำบากในเรือนจำไม่ได้ช่วยให้จิตใจของมันดีขึ้นเลย เช่นนี้เรายังไม่ควรจะเพิ่มโทษ ในคดีข่มขืนกระทำชำเราให้รุนแรงกว่าเดิม และยกเลิกการอภัยโทษหรือบรรเทาโทษให้กับคนจำพวกนี้อีกหรือ หรือจะรอให้เหยื่อคนต่อไปคือญาติมิตรของคุณเสียก่อน"
                อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องมีการนำมาหยิบยกแก้ไข คือ ตัวบทกฎหมายที่ระบุว่าการแจ้งความบุคคลสูญหาย นั้นต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมงก่อนจึงจะแจ้งความดำเนินคดีได้นั้น ถือเป็นปัญหาสำคัญเช่นกัน คงปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าเด็กเมื่อตกอยู่ในสภาพวะอันตรายยากที่จะช่วยเหลือตนเองได้นั้น หลายกรณี พ่อแม่ญาติพี่น้องทราบว่าเด็กหายตัวไป แต่ไม่สามารถแจ้งความกับตำรวจให้ช่วยติดตามหาตัวเด็กได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากตำรวจมักจะอ้างว่ายังไม่ครบ 24 ชั่วโมง ไม่สามารถแจ้งความได้ บางรายหนักหน่อยไล่พ่อแม่กลับไปหาเด็กที่บ้านให้ดี ๆ เสียก่อน เดี๋ยวเด็กก็กลับมาเองแหละ คำพูดล้วนแล้วแต่ทำให้เจ็บปวดใจในสถานการณ์ที่ยากที่หลายคนจะเข้าใจหายไม่ประสบเหตุการณ์ด้วยตนเอง พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ.10 เล็งเห็นถึงปัญหาสำคัญนี้มีส่วนทำให้ปัญหาอาชญากรรมเด็กรุกลามบานปลายออกไป จึงสั่งให้พนักงานสอบสวนทุกสถานีตำรวจให้รับแจ้งความบุคคลสูญหายได้ทันที ไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตามคำสั่งดังกล่าวยังเป็นเพียงแค่คำสั่งแบบไฟไหม้ฟางในช่วงสถานการณ์คดีที่มีความรุนแรงกับเด็กในช่วงนี้ ยังไม่ได้ออกมาเป็นตัวบทกฎหมายฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่ควรระบุลงไปเลยว่า กรณีการสูญหายของเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ควรให้ผู้ปกครองสามารถเข้าแจ้งความได้ทันทีที่ทราบว่าเด็กหายตัวไป พร้อมกับมีการติดตามหาเด็กร่วมกันหลาย ๆ ภาคส่วนอย่างจริงจังและตื่นตัว อีกเรื่องที่ต้องมีการสังคายนา คือเรื่องการขอตรวจสอบดูภาพวงจรปิดจากส่วนราชการ และภาคธุรกิจเอกชนต่าง ๆ ต้องมีการตั้งวงสัมมนาทำความเข้าใจร่วมมือร่วมใจกันเรื่องคอขาดบาดตายเช่นนี้ ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้ทันที ในขณะเดียวกันส่วนราชการหรือภาคเอกชนต่าง ๆ ก็ควรให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน ไม่ควรต้องให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนหลายขั้นตอนกว่าจะขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้ที่ต้องใช้เวลาหลายวัน ถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะหลักฐานภาพบันทึกกล้องวงจรปิดเป็นความหวังชิ้นเดียว ในความเป็นความตายของชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างไร้เดียงสา
            แม้ความหวังจะริบหรี่  แต่เชื่อว่าหากมีการแก้กฎหมายเรื่องการเข้าแจ้งความกรณีเด็กสูญหายได้ทันที และมีการขอตรวจสอบดูภาพกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว "โอกาสในการสูญเสียย่อมลดลงเช่นกัน"สุดท้ายจะป้องกันอย่างไรก็แล้วแต่ "สถาบันครอบครัว" เป็นสถาบันที่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด "ความรัก ความห่วงใย ความใส่ใจ และความไม่ประมาท"ของพ่อแม่ถือเป็นภูมิคุ้มกันอันตรายต่อลูกน้อยที่ดีที่สุดมิฉะนั้น ปัญหา "ไอ้บ้ากาม! ข่มขืนเด็ก" ก็คงยังมีอยู่เรื่อย ๆ ทุกวี่วัน สังคมทุกวันนี้ "อันตราย" อยู่ข้างกายทุกที่ทุกเวลา ยังมี "ไอ้บ้ากามจิตวิตถาร"อีกเป็นจำนวนมากที่เดินปะปนอยู่ในสังคมโดยเราไม่รู้ตัว
             อุทาหรณ์จากกรณี "น้องการ์ตูน" น่าจะเป็นบทเรียนสุดท้ายที่ทุกภาคส่วนควรหันมาใส่ใจปัญหาอาชญากรรมเด็กมากขึ้นกว่าเดิม อย่าให้ "วัวหายแล้วต้องมานั่งล้อมคอก"ให้กลายเป็น"แผลกลางใจ"ที่ยากที่จะลบเลือนใจใครเลย
อย่างไรก็ตามประชาชนก็ได้แต่หวังว่า เหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่รุนแรงและรัดกุมขึ้น "โทษประหาร" นักโทษคดีข่มขืนเด็กเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรมีการหยิบยกมาพิจารณากันเสียใหม่ ซึ่งนั้นอาจหมายถึงขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควรมีความรวดเร็ว ทวงทันต่อเหตุการณ์การหายตัวของเด็ก ต้องแก้ไขกฎหมายให้สามารถแจ้งความเด็กสูญหายได้ทันที และอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งราชการและภาคธุรกิจเอกชนในการตรวจสอบดูภาพกล้องวงจรปิดได้ทันที เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุสลดใจเพราะช่องโหว่ของกฎหมายให้น้อยที่สุดในสังคมไทยต่อไป

       สุดท้ายสรุปว่า "สถาบันครอบครัว" ยังถือเป็นสถาบันหลักในสังคม คาถาง่าย ๆ "ความรัก ความห่วงใย ความใส่ใจ และความไม่ประมาทไม่ปล่อยเด็กไว้คนเดียว" พ่อแม่ทุกคนท่องให้ขึ้นใจ เชื่อว่าจะสามารถลดปัญหา "เด็กถูกข่มขืน" ได้อย่างแน่นอน ดีกว่าไปฝากความหวังกับการจัดตั้ง "ศูนย์พิทักษ์คนหาย" ที่มูลนิธิกระจกเงาพยายามเรียกร้องมาโดยตลอดแต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากภาครัฐเลยแม้แต่น้อย